ราคาโฆษณา Facebook 2026: ค่าโฆษณา วิธีจ่ายเงิน บัตรเครดิต ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้นทุนต่อการแสดงผล และ Meta Verified
เมื่อธุรกิจเริ่มทำการตลาดออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยที่สุดข้อหนึ่งคือ ลงโฆษณา Facebook ราคาเท่าไร คิดค่าโฆษณาอย่างไร จ่ายเงินได้ด้วยวิธีไหน และต้องจัดการเรื่องใบกำกับภาษีหรือหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร บทความนี้เป็นคู่มือปี 2026 สำหรับเจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ และมือใหม่ที่ต้องการเข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายของโฆษณา Facebook ตั้งแต่การประมูลโฆษณา ต้นทุนต่อการแสดงผล วิธีชำระเงิน ไปจนถึงการสมัครบริการสมาชิกอย่าง Meta Verified เนื่องจากราคาและเงื่อนไขของแพลตฟอร์มเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขตายตัว แต่อธิบายหลักคิดที่ใช้ได้จริง ก่อนจ่ายเงินทุกครั้งโปรดตรวจสอบยอดจากหน้าจอของ Meta โดยตรง สำหรับบทความที่เกี่ยวข้องอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือ Facebook
โฆษณา Facebook คิดราคาอย่างไร
โฆษณา Facebook ไม่ได้มีราคาตายตัวเหมือนป้ายโฆษณา แต่ทำงานแบบประมูล ผู้ลงโฆษณาหลายรายแข่งกันเพื่อแสดงโฆษณาต่อกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ระบบจะพิจารณาทั้งราคาที่ผู้ลงโฆษณายินดีจ่าย คุณภาพของโฆษณา และความน่าจะเป็นที่ผู้ชมจะตอบสนอง ดังนั้นราคาที่จ่ายจริงจึงขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่
- กลุ่มเป้าหมาย: กลุ่มที่แคบหรือมีคู่แข่งมากมักมีต้นทุนสูงกว่า
- วัตถุประสงค์ของแคมเปญ เช่น การรับรู้ ข้อความ การเข้าชมเว็บไซต์ หรือยอดขาย
- ช่วงเวลา เช่น เทศกาลและช่วงลดราคาใหญ่ที่คู่แข่งใช้งบมากขึ้น
- คุณภาพของภาพ วิดีโอ และข้อความโฆษณา
- ตำแหน่งแสดงผล เช่น ฟีด สตอรี่ รีลส์
- ประเทศและภาษาของผู้ชม
นั่นหมายความว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับคำถามว่าราคาเท่าไร วิธีที่ดีที่สุดคือเริ่มจากงบเล็กน้อย ทดสอบ แล้วดูต้นทุนที่ได้จริงต่อผลลัพธ์

ต้นทุนต่อการแสดงผล (CPM) และตัวชี้วัดราคาอื่น
คำว่า cost per impression หรือ CPM คือต้นทุนต่อการแสดงโฆษณาหนึ่งพันครั้ง เป็นตัวชี้วัดพื้นฐานที่ช่วยเปรียบเทียบความแพงของกลุ่มเป้าหมายและตำแหน่งแสดงผล นอกจาก CPM ยังมีตัวชี้วัดที่ควรดูควบคู่กัน
| ตัวชี้วัด | ความหมาย | ใช้ตัดสินใจอะไร |
|---|---|---|
| CPM | ต้นทุนต่อการแสดงผลหนึ่งพันครั้ง | เปรียบเทียบกลุ่มเป้าหมาย |
| CPC | ต้นทุนต่อการคลิก | ประเมินความน่าสนใจของโฆษณา |
| CTR | อัตราการคลิก | วัดคุณภาพของครีเอทีฟ |
| CPA | ต้นทุนต่อการซื้อหรือผลลัพธ์ | ตัดสินว่าคุ้มหรือไม่ |
| ROAS | รายได้ต่อค่าโฆษณา | ตัดสินใจเพิ่มงบ |
สำหรับธุรกิจ ตัวเลขที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ CPM แต่เป็นต้นทุนต่อการขายหนึ่งครั้งเทียบกับกำไรต่อชิ้น ถ้าต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายต่ำกว่ากำไรที่ได้ แสดงว่าแคมเปญคุ้ม แม้ CPM จะดูสูงก็ตาม
วิธีตั้งงบประมาณ
Facebook ให้เลือกงบแบบรายวันหรืองบตลอดอายุแคมเปญ งบรายวันเหมาะกับการทดสอบและปรับต่อเนื่อง ส่วนงบตลอดอายุแคมเปญเหมาะกับแคมเปญที่มีช่วงเวลาชัดเจน เช่น โปรโมชันหนึ่งสัปดาห์ แนวทางที่ปลอดภัยสำหรับมือใหม่คือ
- กำหนดงบทดลองที่ยอมสูญเสียได้ เพื่อใช้เป็นค่าเรียนรู้
- ทดสอบครีเอทีฟสองถึงสามแบบพร้อมกันในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
- ปล่อยให้แคมเปญทำงานอย่างน้อยไม่กี่วันก่อนปรับ เพื่อให้ระบบเรียนรู้
- เมื่อพบโฆษณาที่ได้ผล ค่อย ๆ เพิ่มงบทีละน้อย
- ปิดโฆษณาที่ต้นทุนสูงเกินไปโดยไม่ลังเล
หลีกเลี่ยงการเพิ่มงบรวดเดียวหลายเท่า เพราะจะรบกวนการเรียนรู้ของระบบและทำให้ต้นทุนผันผวน
วิธีชำระเงินที่ใช้ได้
ตัวเลือกการชำระเงินที่แสดงให้เห็นขึ้นกับประเทศ สกุลเงิน และสถานะบัญชีโฆษณา ในประเทศไทยวิธีที่พบบ่อยได้แก่
- บัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่รองรับการชำระเงินออนไลน์ระหว่างประเทศ ซึ่งสะดวกที่สุดและตัดเงินอัตโนมัติ
- PayPal ในบางกรณี
- บัตรเสมือนจากธนาคารหรือผู้ให้บริการที่รองรับการชำระเงินออนไลน์ แต่ต้องตรวจสอบว่ารองรับการเรียกเก็บเงินซ้ำและมียอดเงินเพียงพอ
- การชำระเงินล่วงหน้าหรือเติมเงินในบางบัญชี ตามที่ Meta เปิดให้ใช้
Facebook จะเรียกเก็บเงินเมื่อยอดค่าโฆษณาสะสมถึงเกณฑ์ที่ระบบกำหนดหรือถึงวันเรียกเก็บเงินประจำเดือน ซึ่งเกณฑ์นี้ปรับตามประวัติการชำระเงินของบัญชี ควรตรวจสอบหน้าการเรียกเก็บเงินในศูนย์จัดการโฆษณาเพื่อดูรายการและยอดล่าสุด
ขั้นตอนเพิ่มวิธีชำระเงินในบัญชีโฆษณา
- เข้าสู่ระบบ Meta Business Suite หรือศูนย์จัดการโฆษณา
- ไปที่การตั้งค่าการเรียกเก็บเงินและการชำระเงิน
- เลือกเพิ่มวิธีการชำระเงิน
- เลือกประเทศและสกุลเงินให้ถูกต้อง เพราะสกุลเงินของบัญชีโฆษณามักเปลี่ยนภายหลังไม่ได้
- กรอกข้อมูลบัตร ชื่อบนบัตร และที่อยู่เรียกเก็บเงิน
- ยืนยันตัวตนกับธนาคารถ้ามีการขอรหัส OTP
- ตั้งการแจ้งเตือนเมื่อยอดใช้จ่ายถึงระดับที่กำหนด
ใช้บัตรที่อยู่ในชื่อของตนเองหรือบริษัทเท่านั้น และอย่าให้บุคคลอื่นถือข้อมูลบัตรของคุณ การใช้บัตรที่ไม่ใช่ของตนเองอาจทำให้บัญชีถูกระงับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษี และหัก ณ ที่จ่าย
ผู้ประกอบการจำนวนมากสับสนเรื่องภาษีของค่าโฆษณา Facebook ประเด็นหลักมีดังนี้
- ใบเรียกเก็บเงิน: Meta ออกใบเรียกเก็บเงินและใบเสร็จผ่านระบบ ดาวน์โหลดได้จากหน้าการเรียกเก็บเงิน ควรเก็บไว้ทุกเดือน
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ตามเงื่อนไขที่ใช้กับบริการดิจิทัลจากต่างประเทศ ยอดที่ชำระอาจรวมภาษีที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบรายละเอียดภาษีในใบเรียกเก็บเงิน
- การหักภาษี ณ ที่จ่าย: เมื่อนิติบุคคลในไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการต่างประเทศ มีกรณีที่ต้องพิจารณาเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายและการยื่นภาษีที่เกี่ยวข้อง แต่เงื่อนไขขึ้นกับลักษณะของการจ่ายและกฎหมายที่บังคับใช้ ณ เวลานั้น
- การลงบัญชี: เก็บใบเรียกเก็บเงินและหลักฐานการชำระเงินเพื่อใช้เป็นเอกสารทางบัญชี
เนื่องจากกฎหมายภาษีมีรายละเอียดและเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีของคุณโดยตรง บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี
Meta Verified และบริการสมาชิกรายเดือน
Facebook มีบริการสมาชิกรายเดือนสำหรับผู้ใช้และธุรกิจ เช่น Meta Verified ซึ่งให้เครื่องหมายยืนยันตัวตน การป้องกันการสวมรอยที่ดีขึ้น และการเข้าถึงฝ่ายสนับสนุนในบางภูมิภาค ราคาและสิทธิประโยชน์ต่างกันตามประเทศและประเภทบัญชี ก่อนสมัครควรทำสิ่งต่อไปนี้
- ตรวจสอบว่าบริการเปิดให้บริการในประเทศของคุณหรือไม่
- อ่านเงื่อนไขการยืนยันตัวตน เช่น ต้องใช้เอกสารระบุตัวตนที่ตรงกับชื่อบัญชี
- ดูราคาและรอบการเรียกเก็บเงินในหน้าจอสมัครโดยตรง
- ทราบวิธียกเลิกการสมัครสมาชิก และสังเกตว่าสมัครผ่านเว็บหรือผ่านร้านแอป เพราะช่องทางยกเลิกต่างกัน
เมื่อสมัครผ่านแอปบน iPhone หรือ Android การเรียกเก็บเงินจะผ่านร้านแอปนั้นและราคาอาจต่างจากการสมัครบนเว็บ
บัตรเกมและบัตรของขวัญ Facebook
คำค้นหาอย่าง Facebook game card มักเกี่ยวกับบัตรเติมเงินสำหรับซื้อไอเทมในเกมที่เล่นผ่าน Facebook หรือบัตรของขวัญที่ซื้อจากร้านค้า บัตรลักษณะนี้ใช้ได้ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่ใช่วิธีการชำระค่าโฆษณาทั่วไป ถ้าคุณต้องการจ่ายค่าโฆษณา ให้ใช้วิธีที่ศูนย์จัดการโฆษณาแสดงให้เท่านั้น และควรซื้อบัตรจากร้านค้าหรือช่องทางที่เป็นทางการ ระวังเว็บไซต์ที่ขายบัตรหรือรหัสในราคาถูกผิดปกติ ซึ่งมักเป็นการหลอกลวง
อย่าซื้อไลก์ ผู้ติดตาม หรือการมีส่วนร่วมปลอม
บางบริการเสนอขายไลก์หรือผู้ติดตามจำนวนมากในราคาถูก การซื้อลักษณะนี้ไม่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตจริง เพราะบัญชีเหล่านั้นไม่ใช่ลูกค้า ทำให้อัตราการมีส่วนร่วมต่ำลงและการเข้าถึงลดลง และยังขัดต่อนโยบายของแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจนำไปสู่การจำกัดเพจหรือบัญชีโฆษณา ควรนำงบไปลงโฆษณากับกลุ่มเป้าหมายจริงและสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าแทน
ปัญหาการชำระเงินที่พบบ่อยและวิธีแก้
| ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ตัดเงินไม่ผ่าน | วงเงินไม่พอหรือบัตรปิดการใช้งานออนไลน์ | เปิดใช้การชำระเงินออนไลน์และตรวจวงเงิน |
| โฆษณาหยุดแสดง | ยอดค้างชำระ | ชำระยอดค้างในหน้าการเรียกเก็บเงิน |
| บัตรถูกปฏิเสธซ้ำ | ธนาคารสงสัยว่าเป็นการทุจริต | ติดต่อธนาคารเพื่อยืนยันรายการ |
| ถูกเรียกเก็บเงินสองครั้ง | รายการรอตัดและรายการจริง | รอสองถึงสามวันและตรวจรายการ |
| บัญชีโฆษณาถูกจำกัด | ละเมิดนโยบายหรือกิจกรรมน่าสงสัย | ยื่นขอตรวจสอบซ้ำผ่านระบบ |
เมื่อเกิดปัญหา ให้เก็บภาพหน้าจอและใบเรียกเก็บเงิน แล้วติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Meta ผ่านช่องทางทางการ ห้ามจ่ายเงินให้ผู้ที่อ้างว่าช่วยปลดล็อกบัญชีได้
เคล็ดลับลดต้นทุนโฆษณา
- ใช้ภาพและวิดีโอคุณภาพดีที่ดึงดูดใน 3 วินาทีแรก
- ตั้งกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับลูกค้าจริง ไม่กว้างหรือแคบเกินไป
- ทดสอบพาดหัวและปุ่มกระตุ้นการตัดสินใจหลายแบบ
- ใช้ข้อมูลจากพิกเซลหรือ Conversions API เพื่อให้ระบบเรียนรู้ได้ดีขึ้น
- ลบโฆษณาที่ล้าสมัยเมื่อความถี่การแสดงสูงเกินไป
- ติดตามรายงานรายสัปดาห์และตัดสินใจจากข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก

คำถามที่พบบ่อย
ลงโฆษณา Facebook ราคาเท่าไร
ไม่มีราคาตายตัว คุณกำหนดงบรายวันหรืองบรวมเอง และต้นทุนจริงขึ้นกับการประมูล กลุ่มเป้าหมาย และคุณภาพของโฆษณา
เริ่มลงโฆษณาด้วยงบน้อยได้ไหม
ได้ คุณตั้งงบรายวันต่ำเพื่อทดลองก่อน แล้วค่อยเพิ่มงบเมื่อพบโฆษณาที่ได้ผล
จ่ายค่าโฆษณา Facebook ได้ด้วยวิธีไหน
โดยทั่วไปใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และอาจมีตัวเลือกอื่นตามประเทศ ให้ดูตัวเลือกในหน้าการเรียกเก็บเงินของบัญชีคุณ
CPM คืออะไร
คือต้นทุนต่อการแสดงโฆษณาหนึ่งพันครั้ง ใช้เปรียบเทียบความแพงของกลุ่มเป้าหมายหรือตำแหน่งแสดงผล
ค่าโฆษณา Facebook ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม
ขึ้นกับสถานะผู้จ่ายและลักษณะของรายการตามกฎหมายภาษี ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
ขอใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จได้จากที่ไหน
ดาวน์โหลดใบเรียกเก็บเงินได้จากหน้าการเรียกเก็บเงินในศูนย์จัดการโฆษณาหรือ Meta Business Suite
Meta Verified คืออะไร
เป็นบริการสมาชิกรายเดือนที่ให้เครื่องหมายยืนยันตัวตนและสิทธิประโยชน์ด้านความปลอดภัย ราคาและการให้บริการต่างกันตามประเทศ
โฆษณาถูกตัดเงินแต่ไม่แสดงเพราะอะไร
อาจอยู่ระหว่างตรวจสอบนโยบาย หรือมีปัญหาเรื่องการชำระเงินและการตั้งค่าเป้าหมาย ให้ตรวจสถานะโฆษณาและหน้าการเรียกเก็บเงิน
ซื้อไลก์หรือผู้ติดตามได้ไหม
ไม่แนะนำ เพราะไม่ก่อให้เกิดลูกค้าจริงและขัดต่อนโยบาย อาจทำให้เพจถูกจำกัด
ใช้บัตรเสมือนจ่ายค่าโฆษณาได้ไหม
บางครั้งได้ ถ้าบัตรรองรับการชำระออนไลน์ระหว่างประเทศและการเรียกเก็บเงินซ้ำ และมีเงินเพียงพอ
จะยกเลิกการสมัครสมาชิกอย่างไร
ยกเลิกในช่องทางที่สมัคร หากสมัครบนเว็บให้ไปที่การตั้งค่าบัญชี หากสมัครผ่านร้านแอปให้ยกเลิกในการสมัครสมาชิกของร้านแอปนั้น
ควรเก็บเอกสารอะไรไว้บ้าง
เก็บใบเรียกเก็บเงินรายเดือน หลักฐานการชำระเงิน และรายงานค่าโฆษณา เพื่อใช้ในการทำบัญชีและตรวจสอบย้อนหลัง
สรุป
ค่าโฆษณา Facebook ขึ้นกับการประมูล กลุ่มเป้าหมาย และคุณภาพของงานครีเอทีฟ จึงไม่มีราคาเดียวสำหรับทุกคน เริ่มจากงบเล็ก ตรวจต้นทุนต่อผลลัพธ์ เลือกวิธีชำระเงินที่ปลอดภัยด้วยชื่อของตนเอง เก็บใบเรียกเก็บเงินทุกเดือน และปรึกษานักบัญชีเรื่องภาษีและหัก ณ ที่จ่าย หลีกเลี่ยงการซื้อไลก์ปลอมและบัตรหรือรหัสราคาถูกที่น่าสงสัย แล้วคุณจะควบคุมงบโฆษณาได้อย่างมั่นใจ